เขียนถึงคนบนฟ้า....ตรีเทพ(โน้ต)เขียวพอดี
และแล้วก็ต้องตลกไม่ออกอีกครั้งเมื่อต้องสูญเสียคนใกล้ตัวไปอีกหนึ่งคน เป็นคนที่ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเรา เป็นน้อง เป็นเพื่อน ที่ร่วมชะตากรรมด้วยกันมา กิจกรรมสโมที่มหาวิทยาลัยแค่ชั่วเวลาเพียง 1 ปี บางคนอาจจะคิดว่า ก็แค่ 1 ปี แต่ไอ้แค่ปีเดียวนี่แหล่ะที่มันทำให้เราต้องเสียน้ำตาเมื่อรู้ว่าไอ้น้องที่มันร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรามาต้องจากไปก่อนเวลาอันควร.....
คืนวันจันทร์ที่ 11ธันวาคม กูกำลังเหนื่อยอ่อนกับการเดินทางไปบินในเที่ยวบิน TG 409 กรุงเทพ-สิงคโปร์ พอถึงโรงแรมก็ออกไปหาอะไรกินกับพี่ๆเพื่อนๆในไฟลท์ จนกระทั่งกลับเข้าห้องพักประมาณเกือบเที่ยงคืน(บ้านเรา) อาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอน ระหว่างที่กำลังจะเคลิ้มหลับโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ซึ่งทำให้กูต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะเสียงโทรศัพท์กูดังมาก ประกอบกับห้องที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงโทรทัศน์เปิดเป็น Background จางๆอยู่เบื้องหลัง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเพราะเวลากูอยู่ต่างประเทศกูไม่รับโทรศัพท์อยู่แล้ว เพราะถ้ารับจะเสียตังค์ทันทีเป็นจำนวนมหาศาล (แล้วกูจะเปิดโรมมิ่งไว้ทำเหี้ยอะไรก็ไม่รู้) หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เป็นเจ้านม...ซึ่งเป็นน้องที่สโมด้วยกัน ล้านวันพันปีมันไม่เคยโทร.มา แต่วันนี้นึกยังไงโทร.มาเอาซะดึก คงคิดถึงกูล่ะมั้ง กูคิดในใจ เอาไว้กลับกรุงเทพแล้วค่อยโทร.หา ส่ง msg ไปบอกมันหน่อยมันจะได้เข้าใจว่ากูอยู่ต่างประเทศ พอส่งเสร็จ ก็กำลังจะเคลิ้มหลับเป็นรอบที่สอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีก คราวนี้เป็นน้องอีกคนชื่อปุ้ย เด็กคณะสัตวศาสตร์ อะไรอีกล่ะเนี่ย...ยังไม่หายอกหักอีกเหรอไงวะ....กูก็ไม่รับ ปล่อยมันดังไปก่อน ถึงกรุงเทพค่อยว่ากัน ผลอยหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันหลับๆตื่นๆ ไม่สบายตัว หลับไม่สนิท อยู่ดีๆก็รู้สึกแปลกๆ กังวล กระวนกระวาย บอกไม่ถูก จนกระทั่งเช้า ตื่นมาประมาณสายๆ เตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัวออกไปซื้อของกับเพื่อน ก็เห็น msg ส่งมาตั้งแต่เมื่อคืนแต่คิดว่าคงไม่ได้ยิน มาจากเพื่อนสโมซึ่งก็คือ ปิงปอง ข้อความว่า “ Note TREETEP (asat) pass away…..” แค่นั้นแหล่ะ โทรศัพท์แทบจะร่วงลงจากมือ ใจสั่น ทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียง นิ่งอยู่พักใหญ่ มันช็อกพอๆกับตอนที่รู้ว่าพ่อตายนั่นแหล่ะ กูทำอะไรไม่ถูกเลยจริงๆ จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก หัวสมองตื้อไปหมด ตัดสินใจออกไปกินข้าว แล้วจะหาซื้อบัตรโทรศัพท์เพื่อโทร.กลับเมืองไทยให้เร็วที่สุด ระหว่างที่อยู่ข้างนอก โทรศัพท์ก็ดังตลอดเวลา จากคนนั้นคนนี้ กูรับโทรศัพท์จนตังค์หมด แล้วรีบกลับมาโทร.หาเจ้าเปรี้ยวที่โรงแรม ด้วยความที่ร้อนใจอยากรู้ว่าโน้ตมันเป็นอะไรตายกันแน่.....คุยกับปรี้ยวได้ความว่า อุบัติเหตุบนถนน โน้ตขี่มอร์เตอร์ไซด์ไปเติมน้ำมันแถวใกล้ๆมหาลัยวิทยาเขตเพชรบุรี แล้วด้วยความที่ออกมาเร็วจนรถที่วิ่งมาทางตรงเบรกไม่ทันก็เลยต้องจบลงแบบนี้...(แบบไหนก็รู้กันอยู่นะ) สรุปแล้ววันนั้นคิดแต่เรื่องน้องวนไปวนมาไม่รู้จบ ใจก็อยากแต่จะกลับกรุงเทพไวๆ (ซึ่งไฟลท์ออกจากสิงคโปร์ประมาณสองทุ่มบ้านเรา) พยายามโทร.หาแม่หลายครั้งจนกระทั่งได้คุยกับแม่ ให้แม่ไปฟังสวดที่วัด หลังจากทราบว่าศพสวดที่วัดพลับพลาชัยใกล้บ้านกูเอง ซึ่งเป็นวัดเดียวกับที่สวดศพพ่อกูด้วย (อ้อ..ลืมบอกว่าโน้ตมันเป็นเด็กเพชรบุรีเหมือนกู แม่มันกับแม่กูก็รู้จักกันด้วย...) ไม่รู้เป็นยังไง พอได้ยินเสียงแม่ กูปล่อยโฮเลย....
หลังจากถึงกรุงเทพ ก็โทร.หาคนโน้นคนนี้จ้าละหวั่น ไม่เป็นอันทำอะไร ศพจะสวดจนถึงวันเสาร์และเผาเลยในวันอาทิตย์ ซึ่งกูตั้งใจจะไปฟังสวดคืนวันศุกร์และเสาร์ เนื่องจากวันศุกร์กูบินกลับจากกัวลาลัมเปอร์ลงมาตีรถกลับเพชรบุรีเลยและวันเสาร์เป็นวันหยุด แต่วันอาทิตย์อยู่เผาไม่ได้เพราะต้องเดินทางไปอินชอนตอนกลางคืน ให้แม่ไปแทน แต่กูก็พยายามที่จะทำให้สองวันนี้มีค่ามากที่สุด มันเหมือนเป็นการดึงชาวสโมให้มาเจอกันอีกครั้ง....แต่ครั้งนี้ ไม่มีไอ้โน้ต....อีกแล้ว
ช่วงวันเสาร์...ก็เลยตัดสินใจช่วยกันจัดบอร์ดหน้างาน รวบรวมรูปถ่ายตั้งแต่โน้ตยังเด็กจนโต และรวมไปถึงตอนทำสโม แขกที่มางานจะเข้ามายืนดูรูปก่อนเข้าไปฟังสวด ยิ่งเห็นรูปก็ยิ่งใจหาย ยิ่งคิดถึง....ไม่น่าเชื่อว่าสองสามวันก่อนที่จะรู้เรื่อง ก็ยังคิดๆอยู่ว่าปีหน้านี้จะไปงานรับปริญญาไอ้โน้ต อยู่ดีๆก็คิดขึ้นมาเอง ไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วหลังจากนั้นอีกสองสามวัน....ไอ้โน้ตก็ไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดครุยอีกแล้ว......
สงสารก็แต่พ่อกับแม่โน้ต มีลูกชายแค่คนเดียวแล้วต้องมาเป็นแบบนี้ มันน่าเศร้านัก กูเห็นหน้าพ่อกับแม่โน้ตแล้วกูอยากจะร้องไห้ทุกครั้ง ได้ฟังที่เค้าพูดถึงลูกชายให้พวกเราฟังแล้วมันทำให้เราได้รู้อะไรในตัวโน้ตขึ้นอีกเยอะ......สิ่งเดียวที่จะบอกได้ตอนนี้มันก็เหมือนกับที่คนอื่นๆบอก อาจจะฟังดูซ้ำซาก แต่มันก็ออกมาจากใจพี่สาวคนนี้นะโน้ต.......
................หลับให้สบายนะ แกหมดเวรหมดกรรมแล้ว แกไม่ต้องมาทุกข์ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป แกได้ไปอยู่กับฝน คนที่แกเคยบอกพี่ว่า เป็นผู้หญิงที่แกรักแล้วพี่ก็แซวว่า ผู้หญิงสไตล์แกน่ะบล็อกเดียวกันหมดเลยนะ ซึ่งพี่ก็รู้ว่า ฝน น่ะ ไม่เหมือนบล็อกอื่นๆของแกหรอก ขอบใจแกนะ ช่วงที่พี่ว่างงานอยู่บ้านกำลังรอที่จะเป็นแอร์ แล้วแกก็แวะมาหา มาพาออกไปขี่รถเล่น ไปกินข้าว ขอบใจแกที่อยู่เป็นเพื่อนพี่บนสโมตอนดึกๆ ขอบใจที่พี่จิกหัวใช้ให้ทำอะไรแกก็ไม่เคยบ่น ขอบใจที่แกดูแลรถมอร์เตอร์ไซด์อีแก่คันนั้นให้พี่ช่วงปิดเทอม ซึ่งตอนนี้มันกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ขอบใจที่แกมารับพี่ที่หน้ามหาลัยเวลานั่งรถมาจากบ้าน ขอบใจอีกครั้งสำหรับรูปถ่ายสวยๆฝีมือแกที่พี่เอามาลงบล็อค(หน้าแรก) รวมไปถึงไอ้รูปที่แกแอบถ่ายพี่ตอนอ่านหนังสือแล้วแกก็เอาไปละเลงสีในโฟโต้ช็อป ซึ่งดูเหมือนมั่ว แต่มันดูดีมากเลย ใครมาเห็นรูปนี้ก็บอกว่าแนวดี พี่ยังชอบเลย.....และขอบใจสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่แกทำให้พี่เสมอมานะ................พี่รักแกนะ........R.I.P.

ป.ล. แกเคยบอกว่าถ้าพี่มีแฟนแล้วมันแปลกๆ ปะแล่มๆใช่ปะ...ตอนนี้พี่มีแฟนแล้วนะเว่ยยย.....หวังว่าคืนนั้นที่พี่ไปบอกแกหน้าโลง แกน่าจะรับรู้แล้วแหล่ะ ห้ามเฮี้ยน!!!
B U T T E R F L Y






















































